คนทุ่งกุลาร้องไห้ไม่เห็นด้วยกับตั้งบ่อนกาสิโน

คนทุ่งกุลาร้องไห้เมินบ่อนคาสิโน นักวิชาการแฉเยาวชนไทยกว่า 60%ติดพนันเด็ก7 ขวบเริ่มลองหวยใต้ดินมาอันดับหนึ่ง…เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่โรงแรมรามากาเดนส์ เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน จัดเสวนา“บ่อนพนันถูกกฎหมาย…ทางออกหรือยอมจำนนต่อปัญหา” โดยนายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดการพนัน กล่าวว่า จากเสียงสะท้อนของประชาชนในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีปฏิกิริยาต่อต้านการตั้งบ่อนกาสิโนอย่างชัดเจน แม้ฝ่ายที่เห็นด้วยจะอ้างว่าการพนันเป็นสิ่งที่มีอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ซึ่งวิธีคิดวิธีพูดแบบนี้ถือเป็นการใช้วาทกรรมยัดเยียดว่าการพนันเป็นวัฒนธรรมของคนไทย และหากวันใดที่พลังทางสังคมอ่อนแรงทำให้เกิดการผลักดันบ่อนพนันถูกกฎหมายจนสำเร็จ เท่ากับว่าเราต้องพ่ายแพ้ต่ออบายมุขอย่างสิ้นเชิง “ฝ่ายที่เห็นด้วยมักหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงผลเสีย ที่จะตามมา โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน จากการสำรวจของเครือข่ายฯ เมื่อช่วงเปิดเทอมเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าเด็กนักเรียนกว่า 60% ถูกการพนันแทรกแซงผ่านทางรั้วครอบครัว โรงเรียน และชุมชน จนเข้าถึงตัวได้แล้ว โดยการพนันที่มีสถานการณ์เด่นชัดที่สุดคือ การพนันทายผลฟุตบอลและการพนันทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเพื่อน คนใกล้ชิด สื่อออนไลน์ กับสื่อมวลชนด้านกีฬา จะมีอิทธิพลในการชักจูง อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ มีการพนันครอบงำคนในสังคมมากเกินพอแล้ว และลงไปถึงเยาวชนอายุน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่กฎหมายและมาตรการทางสังคมต่างๆยังอ่อนแอมาก
ดังนั้นหากจะมีการสร้างบ่อนเสรีเกิดขึ้น หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะสามารถให้ความมั่นใจกับสังคมก่อนได้หรือไม่ว่าจะไม่ซ้ำเติมปัญหาเดิมให้หนักยิ่งขึ้น เพราะแม้แต่เรื่องการขายหวยตู้ก็ยังตอบสังคมไม่ได้ชัดเจน ดังนั้นอยากให้รัฐบาลสนใจทำเรื่องเร่งด่วน จำเป็นก่อนดีกว่า อีกทั้งควรลดการพนัน และไปเพิ่มXXXส่วนพื้นที่ดีแทนพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เพราะขณะนี้พื้นที่เสี่ยงพบว่ามีมากกว่าพื้นที่ดีถึง 3 เท่า” นายธนากร กล่าว  ด้าน รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์การเล่นการพนันระหว่างเดือนธันวาคม 2553 – กุมภาพันธ์ 2554 จำนวน 5,000 ราย ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 77.1% เคยมีประสบการณ์การเล่นพนัน ขณะเดียวกันเกินกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 63 % ระบุว่า เริ่มเล่นการพนันครั้งแรกตอนอายุเพียง 7 ปี สำหรับการพนันที่นิยมเล่นเป็นครั้งแรก คือ หวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล พนันฟุตบอล และไฮโล ตามลำดับ ส่วนสถานที่ที่นิยม คือ บ้านตัวเอง 30.1% รองลงมาตลาด 27.5% สำหรับเหตุผลในการเล่นพนันครั้งแรก คือ อยากเล่นเอง 68% เพื่อนหรือคนรู้จักชวน 28% นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่าง 61.5% บอกว่าต้องเล่นการพนันเป็นประจำ ไม่เล่นไม่ได้ จะรู้สึกไม่เป็นสุข 23.3% บอกว่าต้องเล่น เพราะเป็นอาชีพ เล่นแล้วได้เงิน ส่วน 72.1% ระบุว่า ถ้าเสียพนันหนักถึงจะเลิกเล่น ส่วน 21.9% จะหาเงินมาเล่นต่อ และ 6.1% จะเปลี่ยนไปเล่นพนันอย่างอื่นแทน  “ปัจจุบัน 3 ใน 4 ของประชาชนไทยมีประสบการณ์การเล่นพนัน โดยเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เป็นคนเมืองมากกว่าคนชนบท และในรอบปีที่ผ่านมามีประชาชนจำนวน 31.87 ล้านคน เคยเล่นและกำลังเล่นพนันอยู่
ทั้งนี้เป็นเยาวชน 2.8 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กและเยาวชนกำลังเดินเข้าสู่วงจรอุบาทและตกเป็นเหยื่อของการพนันมากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงเป็นอย่างมาก” รศ.ดร.นวลน้อย กล่าวขณะที่ นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ล่าสุดตนได้มีโอกาสเข้าร่วมพูดคุยกับชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่รัฐบาลมีแนวนโยบายว่าจะสร้างบ่อนกาสิโน โดยชาวบ้านบอกว่า พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ สภาพไม่ได้เหมือนกับที่คนในกรุงเทพฯ คิดว่ามีความแห้งแล้งไม่สามารถทำอะไรได้ แต่จริงๆ แล้วตรงกันข้าม พวกเขาสามารถทำมาหากินในพื้นที่บริเวณนั้นได้อย่างอุดมสมบูรณ์ตามวิถีชีวิต และว่าคนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการเข้ามาสร้างบ่อนกาสิโนในบ้านของพวกเขา และพร้อมจะต่อต้านทันที เพื่อไม่ให้มาสร้าง เพราะพวกเขาบอกว่า บ้านเกิดของพวกเขาไม่ได้หมดอนาคต ไม่สามารถทำมาหากินได้จนต้องมาสร้างบ่อนการพนันในทุ่งกุลาฯ เพราะพื้นที่ตรงนี้สามารถที่จะพัฒนา ความอุดมสมบูรณ์ของข้าวน้ำขึ้นมาได้ ไม่ต้องอาศัยงบจากกาสิโน
อย่างไรก็ตาม เรื่องแนวคิดการสร้างบ่อนในสังคมไทย จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา รวมทั้งพี่น้องชาวมุสลิม เรามีพุทธศาสนิกชนมากมายทั้งประเทศ มีมหาวิทยาลัยศึกษาเรื่องพุทธศาสนาที่ดีที่สุด รวมทั้งโรงเรียนปอเนาะที่ดีที่สุดในโลก การมีบ่อนกาสิโน มันเป็นเรื่องขัดกับศีลธรรมของศาสนาทั้งสองของคนในชาติแล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร