Month: June 2015

วิธีการดูแลตนเองระหว่างเป็นโรคไมเกรน

วิธีการดูแลตนเองระหว่างเป็นโรคไมเกรน
ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เมื่อทราบว่าเป็นไมเกรนแล้ว ควรจะออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยป้องกันอาการปวด เมื่อปวดศีรษะไมเกรนควรรับประทานยาแก้ปวดเป็นครั้งคราว ถ้าปวดบ่อยมากควรจะพบแพทย์เพื่อรับประทานยาป้องกันไมเกรน
วิธีการป้องกันโรค
ที่สำคัญมีอยู่ 2 วิธี วิธีแรกก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการกำจัดความเครียดอย่างเหมาะสม วิธีที่สองคือการรับประทานยาป้องกันไมเกรน แพทย์จะแนะนำให้รับประทานป้องกันก็ต่อเมื่อปวดศีรษะบ่อยมาก เช่น สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งขึ้นไป หรือแม้จะปวดไม่บ่อยแต่รุนแรงมากหรือนานต่อเนื่องกันหลายวัน ยาป้องกันไมเกรนนั้นมีอยู่หลายชนิด จะต้องเลือกชนิดและปรับขนาดยาให้เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายไป แนะนำให้รับประทานยาป้องกันต่อเนื่องจนอาการสงบลงนาน 6-12เดือนจึงลองหยุดยาได้ เมื่อกำเริบขึ้นอีกจึงเริ่มรับประทานใหม่
โรคที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ ที่จะเกิดจากเนื้องอกในสมองนั้นพบไม่มาก ถ้ามีอาการปวดศีรษะเรื้อรังหรือปวดรุนแรงมาก ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุสำหรับโรคปวดศีรษะไมเกรนนั้นแม้จะเป็นโรคที่เรื้อรัง แต่สามารถที่จะควบคุมให้โรคสงบลงได้ทั้งโดยวิธีธรรมชาติ โดยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักกำจัดความเครียดอย่างเหมาะสม ในกรณีที่จำเป็นก็อาจต้องใช้ยาสักระยะหนึ่ง

วิธีลดอาการง่วงหลังมื้อกลางวันและช่วงบ่าย

วันนี้เรามีวิธีกระตุ้นร่างกาย 6 วิธี มานำเสนอ และอยากให้คุณลองปฏิบัติตาม เพราะหนึ่งใน 6 วิธีนี้อาจช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาแสนเฉื่อยชาให้เป็นช่วงเวลาที่คุณสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอนพอ : ให้คุณเข้านอนในช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนนั่นคือ ช่วง 4 ทุ่ม และต้องนอนอย่างมีคุณภาพโดยหลับให้สนิทต่อเนื่องนาน 6 – 8 ชั่วโมง เพื่อเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองและชาร์จแบตชีวิตให้เต็มเปี่ยมพร้อมลุยทุกกิจกรรมระหว่างวัน การตื่นเร็วเกินไปหรือนอนน้อยเกินไปจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าในช่วงบ่ายเร็วขึ้น

กินดี : พยายามหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันมากในมื้อกลางวัน โดยเฉพาะของทอด เนย และชีส เพราะแม้อาหารหวานมันจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังเพิ่มขึ้น แต่พลังงานเหล่านั้นจะถูกเผาผลาญหมดไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอาการง่วงล้าได้ ควรรับประทานอาหารที่ย่อยช้าๆ เช่น อาหารที่มีใยอาหารสูง อย่าง ข้าวกล้อง ผัก ถั่วต่างๆ เพราะจะทำให้คุณอิ่มนาน ไม่หิวง่ายในช่วงบ่ายๆ

มีแร่ธาตุ : ควรเลือกทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก โปรตีน ที่อยู่มีในอาหารทะเล ไก่ เนื้อ เต้าหู้ ถั่ว รวมถึงผัก ผลไม้ และอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (หมายถึง อาหารประเภทแป้งที่ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อย อาทิ ข้าวกล้อง ข้าวโพด ลูกเดือย ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น) เพราะอาหารทั้ง 2 ประเภทนี้ จะช่วยเติมเชื้อเพลิงชั้นดีให้แก่ร่างกาย

ปริมาณเพียงพอ : จำกัดปริมาณอาหารมื้อเที่ยง ไม่ทานมากเกินไป การย่อยอาหารมื้อใหญ่จะส่งผลให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า พยายามทานอาหารเที่ยงในปริมาณไม่มากนัก และหาของว่างทานเล่นระหว่างวันทั้งช่วงเช้าและบ่าย เพื่อช่วยให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในปริมาณที่สมดุลสม่ำเสมอตลอดวัน

ยืดเส้นยืดสาย : ลองทิ้งช่วงเวลาสัก 15 นาที หลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ แล้วเดินเล่นสักหนึ่งรอบตึกก่อนกลับไปยังโต๊ะทำงาน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ หรือพยายามหาทางออกกำลังกายเบาๆ ในออฟฟิศให้ได้ เช่น การยืดเส้นยืดสายโดยแยกขาออก กางแขนขึ้น-ลง บิดตัว เป็นต้น

หลับเล็ก : ถ้าเป็นไปได้ควรหาเวลางีบหลับสักพัก โดยตั้งนาฬิกาปลุกบนโทรศัพท์มือถือเอาไว้ สัก 15-20 นาที เพื่อให้ร่างกายไม่ฝืนจนเกินไป และปล่อยให้ออกซิเจนได้ไปเลี้ยงสมองชั่วครู่ เพื่อเรียกพลังกลับคืนมา

…หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน เอาวิธีนี้ไปลองดูนะคะ

“ไข่พยานาค”ให้โชค

ความเชื่อเรื่องพยานาคทุกวันนี้ ยังถูกยึดมั่นอยู่ในใจของคนไทยอยู่ทุกยุคและตราบจนปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวออกมาอีกแล้ว โดยล่าสุดเกิดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ หลังมอบโชคให้ทั้งหมู่บ้าน ถูกหวยติดต่อกันหลายงวด

แหล่งข่าวแห่งหนึ่งรายงานว่า ที่ทุ่งนาบ้านกุง หมู่ 2 ตำบลกุง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านพร้อมใจกันประกอบพิธีบวงสรวงไข่ประหลาด ที่เชื่อในท้องถิ่นว่าเป็น “ไข่พญานาค” โดยถือฤกษ์งามยามดี เวลา 13.39 น. ผู้คนนับพันแห่กันมารวมตัว ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก

บริเวณท้องศาลาที่ตั้งไข่พญานาค ผู้คนแห่กันมุงดูอย่างเบียดเสียด จนมีอาการเป็นลมล้มพับไปหลายราย เบื้องต้นชาวบ้านเชื่อว่าไข่ดังกล่าวมีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านเคารพบูชาและได้โชคลาภ ถูกรางวัลติดต่อกันทั้งหมู่บ้าน 2 งวดติดต่อกัน

ทั้งนี้ยังพบว่า คณะหมอลำชื่อดังแห่งหนึ่ง ยังได้เดินทางร่วมพิธีครั้งนี้ เพิ่มความเป็นสิริมงคล ขณะที่ร่างทางจากทั่วสารทิศก็เดินทางมาตรวจสอบตามคำร่ำลือเช่นเดียว ชาวบ้านหลายคนต่างเฝ้ารอโชคลาภและเลขเด็ด อีกทั้งยังมีการแจกจ่ายเลขต่างๆ ตามความเชื่อ บ้างก็ระบุว่าเป็นเลข 13 หรือ 463 เป็นต้น

ซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านได้เคารพบูชาไข่ดังกล่าวแล้ว จะนำเงินไปหยอดที่ตู้รับบริจาค เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปถึงผีปู่ย่าตายายที่ลับไปแล้ว เชื่อว่าจะเสริมสร้างสิริมงคลและโชคลาภให้กับตัวเองต่อไป แต่ถึงอย่างไรเรื่อง แบบนี้ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เอาไว้ก่อนดีกว่าครับ

ผลไม้ลดน้ำหนัก

ผลไม้ลดน้ำหนัก มีอะไรบ้างนะ เพราะเคยได้ยินมาว่าผลไม้หลายชนิดมีน้ำตาลสูง กินแล้วไม่ได้ช่วยให้ผอมได้เลย…
1….แอปเปิล เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และเกลือแร่ที่ดีต่อร่างกาย ด้วยเหตุผลนี้แอปเปิลจึงเป็นผลไม้ตัวแม่สุดจี๊ดที่ช่วยลดน้ำหนัก เพราะไฟเบอร์จะช่วยให้คุณอิ่ม ไม่กินจุบจิบ ระบบการขับถ่ายก็จะดีเลิศ แถมยังมีวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งได้อีกต่างหาก
2….. ลูกแพร์ ถ้าพูดถึงผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงปรี๊ด ลูกแพร์ก็คงติดอันดับผลไม้ที่ว่านั้นด้วย และอาจจะมีภาษีดีกว่านิดนึงตรงที่มีโพแทสเซียมช่วยบำรุงหัวใจ และสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า กินลูกแพร์ลูกเดียวได้ทั้งความอิ่มท้อง รวมทั้งช่วยบำรุงหัวใจไปด้วยในตัวเลยล่ะ
3….กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่มีทั้งไฟเบอร์ โพแทสเซียม และวิตามินบี 6 ที่สูงมาก เฉลี่ยแล้วกล้วยน้ำว้า 1 ลูก จะให้วิตามินบีกับร่างกายได้ถึง 30% เทียบเท่าปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเลยทีเดียว แล้ววิตามินบี 6 ดียังไงล่ะ ? จุดนี้บอกได้เลยว่า วิตามินบี 6 มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ และช่วยให้ร่างกายรู้สึกอิ่มนาน ดังนั้นใครที่กำลังไดเอตอยู่ กล้วยน้ำว้าช่วยคุณได้เยอะเลยล่ะ
4….ผลไม้ตระกูลเบอร์รีอย่างบลูเบอร์รีลูกเล็ก ๆ ก็มีอานุภาพในการบำรุงดูแลร่างกายเราได้มากมาย เริ่มตั้งแต่ช่วยรักษาระดับอินซูลิน ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคอ้วน รวมถึงลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดด้วย นอกจากนี้ผลวิจัยล่าสุดยังพิสูจน์มาแล้วด้วยว่า บลูเบอร์รีสามารถกำจัดเซลล์ไขมันในร่างกายได้ผลชะงัด รู้ประโยชน์ของบลูเบอร์รีกันไปแล้ว ก็อย่าลืมกินบลูกเบอร์รีกันเยอะ ๆ นะจ๊ะ
5….แม้มะพร้าวจะมีรสชาติหวานเจี๊ยบ แต่ความหวานนั้นก็เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารอาหาร และวิตามินที่เป็นประโยชน์กับร่างกายเราหลายชนิด โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึมได้ถึง 30% เผาผลาญไขมันในตับได้เยอะขึ้น ส่งผลให้คุณลดน้ำหนักได้ผลเร็วขึ้นอีกต่างหาก
นอกจากนี้ ไขมันอิ่มตัวที่อยู่ในน้ำมันมะพร้าว เนื้อมะพร้าว หรือกะทิจากมะพร้าว ก็เป็นกรดไขมันที่อิ่มตัวโดยสมบูรณ์ โมเลกุลจึงแตกต่างจากไขมันอิ่มตัวในอาหารต้องห้ามของคนไดเอตนะคะ ดังนั้นกินมะพร้าวเยอะแค่ไหน ก็ไม่ทำให้อ้วนได้เท่ากินอาหารขยะจานเดียวแน่ ๆ

อินทผลัม ผลไม้มหัศจรรย์ที่คนท้องกินได้??

อินทผลัมเป็นผลไม้ที่หาทานได้ไม่ยาก เพราะมีทั้งชนิดอบแห้ง หรือแบบผลไม้สดให้เลือกทานตามใจชอบ จึงอยากแนะนำให้คุณแม่ท้องลองหามาทานกันค่ะ เพราะไม่มีคอเลสเตอรอล   เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน B1, วิตามิน B2, วิตามิน B6, วิตามิน K, แคลเซียม, ซัลเฟอร์, เหล็ก, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานิส, แมกนีเซียม และน้ำมันโวลาไทล์ แถมยังมีไฟเบอร์ ที่ช่วยในการลดอาการท้องผูกในระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี

แม่ท้องกับประโยชน์ที่จะได้รับจากอินทผลัม

เชื่อกันว่าการรับประทานอินทผลัมจะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมดลูก ช่วยให้การบีบตัวของมดลูกในช่วงการคลอดได้ดี และยังช่วยลดอาการตกเลือดหลังจากคลอดลูกได้อีกด้วย สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ การรับประทานอินทผลัมจะช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสารอาหารสำคัญในน้ำนมแม่ ซึ่งสารอาหารที่ได้จากอินทผาลัมเมื่อลูกทานนมแม่จะช่วยในเรื่องภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง

ประโยชน์อื่นๆ ที่ได้จากการทานอินทผลัม

  • ช่วยบำรุงกระดูก และฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้มากถึง 40% เพราะมีโพแทสเซียมสูง
  • ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ (สาเหตุจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และความดันโลหิตต่ำ)
  • ช่วยแก้กระหาย แก้อาการเจ็บคอ ช่วยในเรื่องระบบประสาท ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตสูง
  • ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ อินทผลัมจะมีสารฟีลกูลีน จึงช่วยบำรุงการหลั่งน้ำเชื้อของผู้ชายได้ดี

ว้าวๆๆนี้เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยประโยชน์ทั้งนั้นเลยน่ะค่ะ

ใช้”หูฟัง”ระวัง “หูหนวก” !

การสูญเสียการได้ยินไม่ใช่โรคร้ายที่คุกคามต่อชีวิต แต่สร้างปัญหาให้กับการใช้ชีวิตประจำวันของทุกผู้คนไม่น้อย และแม้จะไม่มีสถิติระบุแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่ารูปแบบการใช้ชีวิตสมัยใหม่ อย่างเช่นการใช้หูฟังแบบเอียร์บัดเพื่อฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ผ่านอุปกรณ์โมบายเป็นเวลานานๆ เรื่อยไปจนถึงเสียงต่างๆ รอบตัวเราที่ดังมากขึ้นเรื่อยๆ อาจส่งผลให้เกิดภาวะการสูญเสียการได้ยินอันเกิดจากเสียง (เอ็นไอเอชแอล) ได้ในช่วงอายุน้อยกว่าที่ควรจะเป็น  การใช้หูฟังเพื่อฟังเพลงจากอุปกรณ์ต่างๆ สามารถให้เสียงได้สูงถึง 120 เดซิเบล ทั้งนี้จากการศึกษาของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นระดับเสียงที่เป็นอันตรายอย่างมาก เพราะเสียงในระดับเกินกว่า 110 เดซิเบลขึ้นไป สามารถทำให้ “เยื่อไมอีลิน” ฉีกหลุดออกจากเซลล์ประสาท ซึ่งจะตัดขาดการส่งสัญญาณไฟฟ้าจากหูไปยังสมองได้ทันที ในกรณีนี้การสูญเสียการได้ยินจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกต่อไป

การได้ยินเสียงดังมากในเวลานานๆ บางครั้งอาจก่อให้เกิดการสูญเสียการได้ยินชั่วคราว เช่น หลังการชมคอนเสิร์ต 2-3 วัน เกิดขึ้นจากองค์ประกอบทางเคมีในหูสร้างภาวะดังกล่าวขึ้นเพื่อป้องกันหู

การได้ยินจะกลับคืนมาได้ และอาจช่วยให้เร็วขึ้นได้ด้วยการไปอยู่ในที่เงียบๆ เพื่อฟื้นฟูความละเอียดอ่อนของหูอีกครั้ง

อดทนเข้าไว้

เพราะความดทนจะนำมาซึ่งความสุข ความสำเร็จ และนำความดีงามทั้งปวงมาสู่ชีวิตอย่างคาดไม่ถึง ผู้ที่มานะอดทนทำงานอย่างหนักมักจะได้ผลตอบแทนคือความสำเร็จความก้าวหน้าในหน้าทีการงานตามที่คาดหวังไว้  หรือผู้ที่อดทนต่อความอยากลำบากในการทำธุรกิจที่กำลังมีปัญหาจน สามารถแก้ไขให้ลุล่วงได้  ก็มักจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ดังคำโบราณกล่าวไว้ว่า      ด้วยความอดทนนั้นเทียว   องุ่นดิบจึงกลายเป็นน้ำเชื่อม    ใบหม่อนจึงกลายเป็นผ้าไหม     จงอดทนที่จะรอความสำเร็จ  โดยมุมานะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่   หากรู้สึกว่าไม่มีความอดทนและคาดหวังผลสำเร็จแบบทันทีทันใดขอจงคิดทบทวนดูและต่อสู้ให้จนถึงที่สุด  ฝึกฝนความอดทนในการควบคุมอารมณ์  อีกทั้งฝึกฝนความอดทนในการพูดและทำงาน ไม่คิดยอมแพ้กับอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่าสักวันหนึ่งความสำเร็จต้องเกิดขึ้นกับตัวเราอย่างแน่นอน   เหมือนดั่งคำคมน่าคิดที่ว่า

ถ้าท่านไม่อดทนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง    ท่านก็จะล้มเหลวต่อทุกสิ่ง

 

อาการของโรคหวัดแดด

อาการของโรคหวัดแดด

ลองสังเกตดูนะคะ สำหรับใครที่ไปตากแดดตากลมร้อนมา แล้วมีอาการเหล่านี้หรือไม่

1. มีอาการไข้รุม ๆ ริมฝีปากแห้งแข็ง (แต่ไม่แตกลอกเหมือนหน้าหนาวนะคะ)

2. ปากคอแห้ง แสบคอ (ไม่ใช่เจ็บคอนะคะ)

3. ปวดศีรษะ (แบบรำคาญ) แต่บางท่านที่ร้อนจัด อาจจะรู้สึกคล้ายถูกกระตุก

4. การรับรู้รสอาหาร หรือการทานอาหารแล้วรู้สึกขมปาก ดูไม่อร่อยกับอาหารที่ทาน เหมือนเบื่ออาหาร

5. กลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ (หลับ ๆ ตื่น ๆ)

6. รู้สึกว่าระบบขับถ่ายไม่ปกติ ถ่ายยากขึ้น ไม่เป็นเวลา กะปริบกะปรอย เวลาเบาจะรู้สึกมีความร้อนสูงตามมาด้วย

7. บางคนที่มีร่างกายเป็นธาตุเย็น ความร้อนจะสะสมจนรู้สึกปวดแสบกระบอกตา เหมือนน้ำตาแห้ง อันนี้ต้องระวังค่ะ แสดงว่าความร้อนเริ่มสะสมมากขึ้น จนร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว เพราะคนที่ธาตุเย็นจะเริ่มรู้สึกตอนที่เป็นมาก ซึ่งที่จริงแล้วจะเรียกว่าเป็นไข้ก็ไม่เชิง เพราะจะไม่มีอาการไข้สูงแบบเป็นไข้ คือร่างกายดูเหมือนหรือคล้ายปกติ แต่ความคล่องตัวดูถดถอย ปวดเมื่อย เนือย ๆ อยากนอน ซึ่งทางแพทย์แผนจีนเรียกว่า “พิษความร้อนสะสม” หรือมีการสะสมความร้อน ที่ร่างกายระบายได้ไม่หมด
อาการหวัดแดด แม้จะไม่ใช่อาการที่รุนแรง แต่การสะสมพิษร้อนชื้นไว้ในร่างกายเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลต่ออวัยวะภายในโดยเฉพาะม้ามและกระเพาะอาหาร ดังนั้นเราควรใส่ใจสุขภาพของตนเอง สังเกตอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในขณะนี้โลกเรากำลังเผชิญกับ “ภาวะโลกร้อน” ทำให้แสงแดดมีความร้อนรุนแรงมากขึ้น จึงมีโอกาสมากขึ้นที่จะเกิดอาการหวัดแดดเพราะอุณหภูมิในร่างกายสูง การรู้จักป้องกันตนเองไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งที่ดี อาทิ

1. หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด หรืออากาศร้อนจัด

2. หากคุณออกไปเผชิญกับความร้อนในยามแดดเปรี้ยง ควรเลี่ยงที่จะเข้าที่เย็น อย่างเย็นออฟฟิศที่มีแอร์ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ที่อุณภูมิแตกต่างจากข้างนอกในทันที

3. เลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เพราะนอกจากความร้อนแล้ว ยังมีความอบอ้าว อาจทำให้วิงเวียนศีรษะได้

4. การเลือกรับประทานอาหาร การทานเนื้อสัตว์มากเกินไป โดยหวังจะบำรุงร่างกาย อาจเป็นการสร้างภาระให้แก่ม้ามหนักขึ้น ทางที่ดีจึงควรเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย อาทิ ถั่วแดง ฟัก แตงโม ผักกาดขาว และลดปริมาณน้ำเย็นหรือของกินเย็น ๆ เพื่อลดภาระการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร

ส่วนการปฏิบัติตัวสำหรับคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดแดดแล้ว ก็รักษาอาการเหมือนไข้หวัดปกติเลย นั่นก็คือ

1. พักผ่อนให้พอเพียง

2.ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ

3.รับประทานอาหารร้อน ๆ

4. ทานยาลดไข้

5.เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ก็จะทำให้หายจากอาการเจ็บป่วยได้ง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะ

ทำอย่างไร…..ให้มีเสน่ห์

ปฎิบัติตนเป็นคนดี    มีเสน่ห์ และมีแต่คนชื่นชมนั้นไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใดหรือทำงานอะไรก็มีแต่คนรักได้รับความสนับสนุนและต้องการคบหาสมาคมด้วย  ทำให้มีโอกาศในการทำงานให้บรรลุความสำเร็จ ซึ่งวิธีปฎิบัติตัวง่ายๆ ที่ช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับตนเองนั้นมีดังนี้

1.จงรักเพื่อนมนุษย์ทุกคนที่อยู่รอบข้าง การให้ความรักกับผู้อื่นสิ่งที่ได้กลับคืนมาก็คือความรักเช่นกัน

2.จงเรียนรู้เข้าใจธรรมชาติและพฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม

3.จงทำตนเป็นคนเรียบง่าย เพื่อให้คนที่อยู่รอบข้างไม่อึดอัด ไม่รำคาญและไม่เครียด

4.จงถ่อมตัวในสถานการณ์ที่เหมาะสม ไม่อวดรู้หรือทำตนเหนือกว่าผู้อื่น

5.จงแสดง พฤติกรรมที่ดีงาม เห็นอกเห็นใจ  มีน้ำใจช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น

6.จงมีมารยาท มีความเกรงอกเกรงใจผู้อื่นและทำตัวเป็นกันเองอย่างสุภาพ

7.จงมองโลกในแง่ดี พูดจาให้เข้าหูคน ไม่พูดขัดคอหรือพูดถึงผู้อื่นในทางลบ

8.จงชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น

9.จงจดจำชื่อบุคคลที่ติดต่อให้ได้อย่างแม่นยำ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจ

10.จงเห็นใจและช่วยเหลือเท่าที่กำลังจะทำได้ต่อผู้โศดเศร้าหรือผิดหวัง

จงอย่าลืมว่า การสร้างเสน่ห์ให้กับตนเองเป็นหนทางนการได้รับความช่วยเหลือค่ำจุนจากบุคคลอื่นทำให้สามารถที่จะบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น

การป้องกันอาการเมารถ-เมาเรือ

อาการเมารถ เมาเรือ

เกิดจากประสาทการทรงตัวของเราทำงานได้ไม่สมดุล ซึ่งความไม่สมดุลนี้อาจเกิดจากการได้รับแรงกระตุ้นที่มากเกินไป เช่น นั่งรถที่เหวี่ยงนานเกินไป หรือนั่งเรือที่โยนไปมาตามลูกคลื่น โคลงไปโคลงมานานเกินไป จนไปกระตุ้นประสาทการทรงตัวของเรา เมารถ เมาเรือ ถ้าประสาทการทรงตัวของเราไม่มีความไวผิดปกติ ก็อาจไม่รู้สึกอะไร ทว่า ผู้นั้นมีประสาทการทรงตัวที่ไวเป็นพิเศษ พอนั่งรถหรือเรือไปได้สักพักจะรู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

การป้องกัน

เริ่มตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ควรรับประทานอาหารตามปกติ อย่ารีบร้อน รับประทานช้าๆ และควรเว้นระยะพักสักครึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง ไม่ใช่ว่าอิ่มปั๊บก็ไปทันที เรื่องนี้มีหลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้ารับประทานอาหารเข้าไปอาจทำให้อาเจียนกลางทาง ความจริงแล้ว ยิ่งท้องว่างก็จะทำให้เมาเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเดินทางด้วยรถ ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองเมา ควรมานั่งด้านหน้าแทนด้านหลัง เพื่อให้สายตาเรามองตรงไปข้างหน้า เพราะการที่เราเห็นถนนตรงหน้า เห็นต้นไม้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จะทำให้เราเมาช้ากว่านั่งด้านหลังที่เห็นสิ่งต่างๆ จากด้านข้างเคลื่อนไหวผ่านหน้าเราไปอย่างเร็วๆ ผู้ที่เมาเรือก็เช่นกัน ถ้าคลื่นลมไม่แรงก็คงไม่เมา แต่ถ้าคลื่นโยนตัวแรงมาก ก็ให้นั่งอยู่กลางลำเรือ ไม่ควรนั่งเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง นอกจากนี้ อาจช่วยแก้อาการเมาโดยรับประทานยาแก้เมา 1 เม็ด ก่อนออกเดินทางอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาที่ถูกดูดซึมไปควบคุมให้ประสาทการทรงตัวมีความไวน้อย ซึ่งแรงกระตุ้นที่ได้รับก็อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดเสียสมดุลของประสาทการทรงตัว เราก็อาจจะเดินทาง หรือเที่ยวให้สนุกได้ดังใจ

สำหรับผู้ที่เคยเวียนศีรษะมาก่อน บ้านหมุน มีประสาทการทรงตัวผิดปกติ ไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ก็ตาม ถ้าเคยตรวจมาแล้วว่าประสาทการทรงตัวที่อยู่ในหู 2 ข้างทำงานไม่สมดุล ขอเตือนว่าว่ายน้ำได้ค่ะ แต่ไม่ใช่ดำน้ำ เพราะเวลาดำน้ำ เราจะเห็นแต่น้ำอยู่รอบๆ ตัวเรา ความรู้สึกสัมผัสรอบๆ ตัวเราจะไม่มี เพราะน้ำอยู่ล้อมรอบกายเราทั้งหมด เพราะฉะนั้น เราจึงต้องใช้ประสาทการทรงตัวจริงๆ ถ้าประสาทการทรงตัวของเราเสื่อม เราจะไม่สามารถรับรู้ทิศทางได้ และอาจจมน้ำได้ เป็นเรื่องที่ควรระวัง