Month: November 2015

การหลีกเลี่ยงเชื้อโรค เมื่อต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะ

สวัสดีครับวันนี้เรามาคุยเรื่องสุขภาพกันสักหน่อย โดยวันนนี้จะคุยเรื่องไกล้ตัวที่เราต้องเผชิญกันทุกคนแน่นอนไม่วันไดก็วันหนึ่ง นั่นก็คือการเข้าห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งห้องน้ำสาธารณะนั้น เป็นสถานที่ที่มีผู้คนมาใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคจำนวนมาก และอาจเป็นสาเหตุให้มีโอกาสติดเชื้อโรคจากการที่เราจะต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะ

เชื้อโรคในห้องน้ำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  1. เชื้อโรคกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อหนองใน เชื้อเริม เป็นต้น
  2. เชื้อที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น เชื้ออุจจาระร่วง เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ เป็นต้น

เชื้อโรคอยู่ที่ไหน

แฝงอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของห้องน้ำ เช่น ชักโครก อ่างล้างมือ หรือแม้กระทั่งลูกบิดประตู

เข้าสู่ร่างกายอย่างไร

เชื้อโรคจะซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังที่มีแผล หรือสัมผัสแล้วไปจับอาหารเข้าปาก ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ได้รับเชื้อโรคเต็ม ๆ

คำแนะนำ

  1. อย่าสัมผัสโดยตรงกับสิ่งต่างๆ ในห้องน้ำ ควรใช้ทิชชู่
  2. ทำความสะอาดฝารองก่อนนั่ง ด้วยกระดาษทิชชู่เปียก หรือแผ่นรองนั่งสำเร็จรูป
  3. ใช้เวลาทำกิจธุระในห้องน้ำให้น้อยที่สุด
  4. ปิดฝาชักโครกก่อนกด เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายในอากาศ
  5. ไม่เหยียบโถส้วม
  6. ไม่ตักน้ำที่เปิดไว้ แต่ควรรองจากก๊อกโดยตรง
  7. หากเป็นสายฉีดก็ควรฉีดน้ำให้ไหลทิ้งประมาณ 1 นาที
  8. ล้างมือทุกครั้งหลังเสร็จธุระ
  9. นอกจากสุขอนามัยของตัวเองต้องคิดถึงความสะอาดสำหรับผู้ที่จะมาใช้ต่อด้วย

เห็นไหมหละครับว่าสิ่งไกล้ตัวต่างๆ เหล่านี้หากเรามองข้ามไม่ใส่ใจ ก็อาจจะทำให้เราต้องถึงมือหมอ ไม่วันไดก็วันหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าลืมใส่ใจสุขภาพกันนะครับจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษา หรือเข้าโรงพยาบาลกันครับ

5 ทักษะของการอยู่รอดขั้นพื้นฐาน

การเรียนรู้ การฝึกทักษะ ด้านการอยู่รอด จากสถานการณ์จำลองนั้น จะทำให้คุณได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
ทั้งในด้านความเชี่ยวชาญ ความสามารถ ในหลายๆด้าน เป็นการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
เนื่องจากเราไม่สามารถทราบแน่ชัดว่า จะเกิดที่ไหนอย่างไร สภาพแวดล้อม เวลา สถานการณ์เป็นอย่างไร
ผู้ที่เคยผ่านการรอดชีวิตมาก่อนนั้น ได้วิเคราะห์แล้วว่า 5 ทักษะ ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ จำเป็นในการอยู่รอด
และนอกจากนี้ ควรมีการฝึกฝน ให้เกิดความชำนาญ เพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
1. รู้วิธีการจุดไฟ การอยู่รอดที่ดี ควรรู้จักการจุดไฟให้เป็น ไฟให้ความอบอุ่นได้ ถึงแม้คุณจะอยู่สภาพแวดล้อมที่หนาวจัด
หรือมีเสื้อผ้าแค่น้อยชิ้น คุณก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ นอกจากนี้ ไฟยังสามารถให้แสงสว่างในเวลากลางคืน ป้องกันอันตรายจากสัตว์ แมลงบิน ทำให้เสื้อผ้าแห้ง
อีกทั้งสามารถทำอาหารและต้มน้ำเพื่อดื่มได้ ปราศจากเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่นี้ ควันไฟก็ยังสามารถขอความช่วยเหลือได้ในระยะไกลมากๆอีกด้วย
2. ที่พักอาศัยและเครื่องนุ่งห่ม เนื่องด้วยสภาวะอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ร้อน ฝน หนาว หิมะ แสงแดด ลม ที่พักอาศัยและเครื่องนุ่งห่มจึงจำเป็นอย่างมาก
เพื่อปกป้องร่างกายของคุณ นอกจากนี้ ยังช่วยปกป้องคุณจากแมลงและสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เป็นอันตรายต่อคุณ
3. ส่งสัญญาณ การส่งสัญญาณเป็นการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี
เช่น การใช้ควันไฟ การใช้ไฟฉาย การใช้เสื้อผ้าสีสดใส การใช้กระจกสะท้อนแสง การเป่านกหวีด การใช้แท่งเรืองแสงต่างๆ
4. อาหารและน้ำ เมื่อได้ก็ตามที่คุณวางแผนไปไหน เพื่อให้แน่ใจว่า คุณมีอาหารและน้ำ ติดตัวไว้เสมอ เพื่อความอยู่รอดของคุณ
หากเกิดสถานการณ์ที่คุณไม่เคยคาดฝัน อาหารและน้ำ มีความจำเป็นต่อร่างกายมากที่สุด หากอาหารและน้ำมีจำกัด ดังนั้นสิ่งสำคัญ
คุณควรรู้จักวิธีการวางแผนการดื่มน้ำ และอาหาร นอกจากนี้ ควรรู้จักการหาอาหารตามสภาพแวดล้อมที่คุณไปเยือน คุณสามารถไม่ทานอาหารได้เป็นเดือน
แต่คุณไม่สามารถขาดน้ำได้เกิน 3 วัน นอกจากนี้ ควรเรียนรู้การทำน้ำให้สะอาด เช่น การต้มน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค การใช้เครื่องกรองน้ำพกพา การใช้ยาเม็ดเพื่อบำบัดน้ำเป็นต้น
5. การปฐมพยาบาล คุณควรเตรียมชุดปฐมพยาบาลไว้ตลอดเวลา เพราะการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
เป็นการลดความบาดเจ็บที่เกิดขึ้น นอกจากนี้การมีชุดปฐมพยาบาลยังสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกด้วย

พูดอย่างไรกับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ

ไม่ใช่เพียงแต่ลูกค้าหรอกที่ชื่นชอบคนที่สื่อสารกันอย่างรู้เรื่่อง แต่ก็ต้องเป็นกับทุกคนด้วยไม่ใช่กับลูกค้าเท่านั้น เราจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเพราะเป็นผู้ทำการค้าขายกับเราด้วย ดั่งนั้นการพูดจาดำเนินธุระกิจกันอย่างรัดกุมและคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพจะช่วยทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกดีๆกับเราจึงทำการค้ากันได้อย่างยาวนาน และการสอบถามลูกค้านั้นเราควรจะถามปัญหาที่ปลายเปิด ไม่ใช่ถามปัญหาให้ลูกค้าตอบว่าใช่หรือไม่เท่านั่น และนอกจากพูดแล้วการใช้ภาษาท่าทางหรือภาษากายในเชิงบวกก้จะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยสร้างความรู้สึกดีๆให้กับลูกค้า ภาษากายในทางบวกก็อย่างเช่น
**แววตาที่รับฟังอย่างเข้าใจ
**น้ำเสียงที่ราบเรียบและอ่อนนุ่ม
**ใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเป็นมิตร
**สบตาลูกค้าระหว่างการพูดและฟัง
**พูดโต้ตอบในเรื่องเดียวกัน
**พูดด้วยความสุภาพ
**พูดให้ตรงประเด็นและกระชับ
และในการพูดนั้นเราควรพูดให้ตรงจุดหรือที่เรียกว่ายิงเข้าเป้านั้นแหละ เพราะหากพูดอ้อมไปไม่ตรงจุดที่ลูกค้าไม่ต้องการแม้จะพูดมากไปก็ไร้ผล แถมยังเป็นการเสียเวลาเปล่าอีก สู้พูดสั้นๆแล้วได้ใจความก็พอแล้ว การปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยการพูดที่มีประสิทธิภาพและมั่นคง ก็จะช่วยทำให้การค้าขายของเรานั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

15 ข้อเตือนใจเมื่อเป็นไมเกรน

ดูเหมือนว่า อาการปวดหัวจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับหลายคนอยู่บ่อย ๆ แต่หากคุณรู้สึกปวดหัวคุณอาจหาทางแก้ไขโดยหายามาทานเอง หรือหาวิธีป้องกันอื่น ๆ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ การสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ปัจจุบันนี้ ไมเกรนได้กลายเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับผู้หญิงส่วนใหญ่ จากการสำรวจพบว่าผู้หญิงร้อยละ 18 ต้องเผชิญกับปัญหานี้ต่างกับผู้ชายที่พบว่าเป็นเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นเอง

อาการปวดหัวที่เกิดถ้านาน ๆ เป็นทีก็ไม่ควรวิตกกังวลให้มากนัก แต่เมื่อไรที่คุณเป็นถี่มากขึ้น หรือมีการปวดมากจนไม่สามารถทำงานได้ อย่านิ่งนอนใจ ลองอ่าน 15 ข้อแนะนำต่อไปนี้ แล้วลองพิจารณาดูว่า คุณเข้าข่ายเป็นไมเกรนหรือแค่ปวดหัวธรรมดากันแน่

1. อย่าคิดว่าไมเกรนเป็นแค่อาการปวดหัวธรรมดา

คนที่เป็นไมเกรนจะปวดหัวรุนแรง และมักปวดหัวข้างเดียว ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาโดยทันที คุณอาจจะต้องทรมานปวดหัวต่อไปอีก ถึงวันละ 4 ชั่วโมง นานถึง 3 วันติดกัน นอกจากนี้อาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ แพ้แสงในลักษณะเห็นแสงแบบดาวระยิบระยับ หรือมักได้กลิ่นแปลก ๆ ที่ไม่เหมือนกับคนอื่น หากยังละเลยปล่อยทิ้งไว้โดยไม่พบแพทย์ แน่นอนว่าอาการของคุณก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ

2. อย่าเก่งด้วยการเป็นหมอรักษาตัวเอง

หลายคนพยายามที่จะรักษาอาการปวดหัวด้วยตัวเองซึ่งถือว่าผิดมนันต์ จากสถิติพบว่า ผู้ป่วยไมเกรน 58 คน จาก 100 คน ไม่เคยขอรับคำปรึกษาจากแพทย์เลย ถึงแม้ยาแก้ปวดจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวชั่วคราวได้ก็จริง แต่หากอาการเข้าข่ายเป็นไมเกรน ยาแก้ปวดพาราเซตามอล 2 เม็ดคงไม่พอ แต่การเพิ่มปริมาณยาให้มากขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการติดยาในเวลาต่อมา เพราะบางคนอาจทานยาถึง 16 วันใน 1 เดือน หรือมากกว่า 180 วันใน 1 ปี ด้วยเหตุนี้จึงพบว่า ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งยังคงมีอาการปวดหัวอยู่ เนื่องจากทานยาแก้ปวดมากเกินไปนั่นเอง

3. อย่าทานยาแก้ปวดต่างชนิดในวันเดียวกัน

หากคุณปวดหัวแล้วไม่ได้ไปปรึกษาแพทย์ ก็อย่าทานยาแก้ปวดหัวที่ต่างชนิดกันบ่อย ๆ เพราะอาจจะทำให้มีอาการแย่ลงยิ่งกว่าเดิม ไม่เพียงแค่นั้นยังทำให้แพทย์สันนิษฐานไม่ได้ หากเกิดอาการแพ้ยาขึ้น นอกจากนี้อย่าทานยาตอนท้องว่าง เพราะอาจทำให้กระเพาะเกิดการระคายเคือง ทางที่ดีแล้วควรทานอาหารรองท้องก่อนเล็กน้อย แล้วค่อยทานยาเพื่อให้การดูดซึมยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

4. ไม่ควรทานยาช้าเกินไป

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกปวดหัว ไม่ควรเพิกเฉย แต่ควรสังเกตอาการเริ่มแรกให้ดีเพื่อที่จะได้หายามาทานให้ทันท่วงที เพราะหากช้าเกินไป เพียงแค่เราสัมผัสผมก็อาจทำให้ปวดหัวได้ ถ้าถึงตอนนั้นยาตัวใดก็ไม่สามารถช่วยระงับอาการปวดได้ สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจจะเป็นไมเกรนคือ อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย เฉื่อยชา โมโหง่าย อยากอาหารบางอย่างเช่น ของหวาน ๆ และออกอาการหาวแต่ไม่ได้ง่วงนอน

5. หากปวดหัวมากกว่า 3 ครั้งต่อเดือน ยาแก้ปวดก็ช่วยไม่ได้แล้ว

หากคุณมีอาการอย่างนี้บ่อย ๆ การบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ บางทีก็น่าลองดู เช่น อาจจะจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน ถ้าไม่ถนัดกีฬาที่กล่าวมา ก็อาจจะเล่นกีฬาชนิดไหนก็ได้ที่คุณชอบ เพียงแต่ขอให้เป็นการเคลื่อนไหวเบา ๆ เพียงแค่วันละ 15 นาที ก็เพียงพอแต่ถ้าแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ลองเปลี่ยนวิธีเป็นเดินในห้างสรรพสินค้าดูก็ได้นะ

6. หาสาเหตุให้ได้ว่า ทำไมเราจึงปวดหัว

สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวมีมากเหลือเกิน แต่ละคนก็ปวดหัวด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นควรหาสาเหตุให้ได้ว่าทำไมเราจึงปวดหัว เมื่อรู้แล้วจะได้หลีกเลี่ยงไม่ทำอย่างนั้น และพร้อมที่จะเผชิญกับมัน

7. อย่าเปลี่ยนกิจวัตรบ่อย ๆ

การนอนมากหรือน้อยกว่าปกติ การทานอาหารมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ล้วนเป็นสาเหตุที่อาจทำให้ปวดหัวได้ การที่ทำกิจวัตรต่าง ๆ ไม่ต่อเนื่องกันนี้เสี่ยงต่อการปวดหัวโดยเฉพาะกับคนที่เป็น “ไมเกรนช่วงสุดสัปดาห์” ซึ่งไม่ควรเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันช่วงวันเสาร์-อาทิตย์มากนัก และอย่าได้ประเมินค่าการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรต่าง ๆ เหล่านี้ต่ำเกินไป โดยเฉพาะยิ่งถ้าหากคุณเพิ่งฟื้นไข้ คุณจะต้องทานยาที่ถูกต้องและพกยาติดตัวไว้เสมอ เผื่อว่าเกิดปวดหัวขึ้นมากะทันหัน ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจทำให้ปวดหัวได้

8. อย่าคิดว่าการปวดหัวเป็นผลเคียงจากการมีประจำเดือน

การที่คุณปวดหัวทุกครั้งในช่วงที่มีประจำเดือนหรือช่วง 2 วันแรกก่อนมีประจำเดือนถึงจะแสดงว่าคุณเป็น “ไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน” ซึ่งเกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดต่ำลง ทำให้ปวดหัวนานกว่าเดิม มากกว่าเดิม และรักษายากยิ่งกว่าเดิม ในกรณีนี้ไม่ควรเพิกเฉยต่ออาการดังกล่าวแต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูอาการให้แน่ใจ

9. ยาที่ใช้รักษาโรคอื่นอาจทำให้ปวดหัวได้

ยาที่แพทย์สั่งให้ทานเพื่อรักษาโรคอื่นที่เป็นอยู่อาจมีผลข้างเคียงทำให้เราปวดหัวมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ในกรณีนี้ลองให้แพทย์สั่งยาตัวอื่นที่รักษาโรคนั้น ๆ ได้และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ มาทานแทน

10. อย่าพยายามเอาชนะโรคไมเกรนสุดสัปดาห์

บางคนมักปวดหัวในช่วงสุดสัปดาห์เนื่องจากการพักผ่อนมากเกินไป การพักผ่อนนี้ก็เป็นผลมาจากความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นตลอดวันทำงานที่ผ่านมา ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงเรื่องเครียดต่าง ๆ แล้วหากิจกรรมอื่นทำ เช่น ปลูกต้นไม้ เล่นกับสุนัข

11. อย่าหยุดทานยาคุมกำเนิดเพียงเพราะว่าปวดหัว

สำหรับผู้หญิงบางคนถ้าทานยาคุม ไมเกรนจะกำเริบมากยิ่งขึ้น ในกรณีนี้ให้นำยาไปให้สูตินารีแพทย์ดู เผื่อว่าแพทย์จะสั่งยาคุมตัวอื่นที่เหมาะกับเราให้เราลองทานดูได้ อย่างไรก็ตามหญิงสาวที่เป็นไมเกรน และทานยาคุมด้วยนั้นจะต้องไม่สูบบุหรี่เป็นอันขาด เพราะจะเสี่ยงต่อการที่เลือดแข็งตัวผิดปกติ

12. หากคุณอยู่ในช่วงวัยทองอย่าทำการบำบัดฮอร์โมน

การบำบัดฮอร์โมน อาจยิ่งทำให้อาการปวดหัวแย่ลง หากจำเป็นจริง ๆ ให้แพทย์สั่งยาที่จะช่วยคงสมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ที่เหมาะกับเราให้ดีกว่า

13. อย่าทานยาแก้ปวดหัวในขณะที่ตั้งครรภ์อยู่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนแรกที่ตั้งครรภ์เพราะยาแก้ปวดบางตัวอาจทำให้แท้ลูก หรือทำให้ลูกที่อยู่ในครรภ์พิการได้ ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าทานยาได้หรือไม่ ควรไปปรึกษาแพทย์เสียก่อน

14. อย่ารักษาแต่อาการปวดหัวอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ก็ต้องรักษาด้วย

โดยปกติไมเกรนอาจก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย เช่น วิงเวียนและคลื่นไส้อาเจียน ในกรณีนี้ให้ทานยาแก้วิงเวียน ซึ่งจะทำให้กระเพาะอาหารซึมซับยาได้ดีขึ้นและทำให้หายปวดหัวได้ ส่วนอาการแทรกซ้อนอีกย่างก็คือ คลื่นไส้อาเจียน ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์สั่งยาให้

15. ไม่ได้มีแต่ยาที่ช่วยแก้ปวดหัว

หากคุณได้รับความทุกข์ทรมานจากการปวดหัวอยู่บ่อย ๆ ยังมีทางเลือกอื่นที่จะรักษาอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษแนะนำนั่นก็คือ ไบโอฟีดแบ็ก (Biofeedback) คือกรรมวิธีการรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรน หรือโรคเครียดที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาผู้ที่เป็นแผลเรื้อรัง ระบบขับถ่ายไม่ดี ความดันเลือดสูง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ฯลฯ เทรนนิ่งออโตเจโน (Training Autogeno) คือการควบคุมตัวเองเพื่อให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย เหมาะกับคนที่ชอบวิตกกังวล เป็นไมเกรน มีความเครียดสูงหรือเป็นโรคหอบหืด และการฝังเข็ม วิธีการเหล่านี้ต่างก็ได้รับการยืนยันว่าช่วยลดอาการปวดหัวได้

“โรคซึมเศร้า”

คุณมีอาการของโรคซึมเศร้าหรือไม่
รู้สึกเศร้าใจ หม่นหมอง หงุดหงิด หรือรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจ
ขาดความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือสิ่งที่เคยให้ความสนุกสนานในอดีต
น้ำหนักลดลง หรือเพิ่มขึ้น ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป
นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินกว่าปกติ
รู้สึกผิด สิ้นหวัง หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ความจำแย่ลง
อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง
กระวนกระวาย ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ
คิดถึงแต่ความตาย และอยากที่จะฆ่าตัวตาย
ถ้าหากคุณมีอาการเช่นนี้หลายข้อ เป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ คุณอาจจะกำลังเป็นโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง เกิดได้ทั้งมีสาเหตุ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง ความผิดหวัง และเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุใดๆ ซึ่งในปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยการใช้ยา การรักษาทางจิตใจ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน
สาเหตุของโรคซึมเศร้า
หากมีประวัติการเจ็บป่วยโรคนี้ในญาติของท่าน ก็เพิ่มการป่วยโรคนี้กับสมาชิกอื่นในบ้าน แต่ก็มิได้หมายความว่า จะเป็นกันทุกคน

ปัจจัย ที่กระตุ้นให้คนที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มีโอกาสเกิดอาการก็คือ ความเครียด แต่ทั้งนี้คนที่ไม่มีญาติเคยป่วยก็อาจเกิดเป็นโรคนี้ได้ มักพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีความผิดปกติของระดับสารเคมี ที่เซลล์สมองสร้างขึ้น เพื่อรักษาสมดุลย์ของอารมณ์

สภาพจิตใจที่ เกิดจากการเลี้ยงดูก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่งต่อการเกิดโรคซึม เศร้าเช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองมองตนเองและโลกที่เขาอยู่ในแง่ลบตลอดเวลา หรือเครียดง่ายเมื่อเจอกับมรสุมชีวิต ล้วนทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสป่วยง่ายขึ้น

นอกจากนี้ หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ปรารถนา ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้ สาเหตุที่จะกระตุ้นการเกิดโรคซึมเศร้าที่พบบ่อยก็คือ

การมีทั้งความเสี่ยงทางพันธุกรรม ทางสภาพจิตใจ ประจวบกับการเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย
การรักษา

โรคซึมเศร้า สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการรักษาทางจิตใจ และการรักษาด้วยยาหลายชนิด โดยที่แต่ละคนอาจตอบสนอง ต่อการรักษาแต่ละชนิดไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องการการรักษาหลายอย่างร่วมกัน การรับประทานยาจะทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว ในขณะที่การรักษาทางจิตใจจะช่วยให้คุณเหมือนมี “ภูมิคุ้มกัน” สามารถต่อสู้กับปัญหาที่จะย่างกรายเข้ามาได้ดีกว่าเดิม ส่วนใหญ่แล้วการรักษาโรคซึมเศร้าไม่จำเป็นต้องมานอนรักษาในโรงพยาบาลแต่ อย่างไร

เมื่ออาการของโรครุนแรง จนอาจมีอันตรายจากการพยายามฆ่าตัวตาย หรือผู้ป่วยไม่สามารถกินยาได้ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อาจให้การรักษาด้วยไฟฟ้า แต่จะใช้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
ยารักษาโรคซึมเศร้า

เวลา คือ คุณค่าของชีวิต

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ที่มิอาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น มักจะพยายามดำรงชีวิตในแต่ล่ะวันให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง โดยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง จึงควรบริหารเวลาให้เหมาะสมกับตนเองดังนี้

1.ใช้เวลากับเพื่อนและสังคมบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความสุข ช่วยผ่อนคลายความเครียด และอาจจะทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจการงานในอนาคต

2.ใช้เวลากับการทำงานอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าเวลาในการทำงานจะต้องเท่ากับ 8 ชั่วโมง ในแต่ล่ะวัน ขอเพียงพยายามทำงานให้สนุกในแต่ละวันเท่านั้น

3.ใช้เวลาเพื่อหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมเสมอเพราะชีวิตที่ไม่มีการเรียนรู้ ย่อมพลาดโอกาสและสูญเสียสิ่งใหม่ๆ

4.ใชเวลากับครอบครัวอย่างเหมาะสม แบ่งเวลาให้ครอบครัวเพื่อความรักความอบอุ่น จะทำให้เกืดกำลังใจที่ดีในการทำงานต่อไป

5.ใช้เวลาเพื่อการผักผ่อน และออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง จะทำให้สามารถต่อสู้กับงานและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ดีต่อไป

6.ใช้เวลาให้กับตนเอง ทำในสิ่งที่ตนเองพอใจและต้องการที่จะทำ เวลาจึงมีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จในชีวิต

เชิญชวนลอยกระทงในคาสิโนปอยเปต 2558

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย  เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง ในปี 2558 นี้ วันลอยกระทง ตรงกับ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558   ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท และ เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ซึ่งในปีนี้ casino1988  ก็ได้ มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงขึ้นที ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและชาวกัมพูชาร่วมลอยกระทงในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่เวลา15.00 เป็นต้นไปที่ท่าน้ำบึงสตาร์  คาสิโนปอยเปต  casino1988  มีการทำ “กระทง” แจกฟรีตกแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน แจกฟรีในงานแล้วนำไปลอยในสายน้ำแจกจนถึง20.00  ขอเชิญชวนทุกท่านเจอกันได้ในวันพรุ่งนี้แล้วเจอกัน

สูตรพอกหน้าด้วยกะหล่ำปลี!! แก้ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด..ให้กลับมาขาวใสได้ง่ายๆ

1.นำเจ้ากะหล่ำปลีที่เตรียมไว้จำนวน ¼ หัว มาล้างให้สะอาด แล้วจัดการหั่นให้ละเอียด (กะหล่ำปลีที่เหลือสามารถนำไปทำกับข้าวต่อได้นะค่ะ)
2.นำโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ใส่ลงเครื่องปั่นพร้อมกับกะหล่ำปลีที่หั่นละเอียด จากนั้นปั่นให้เข้ากัน
เทน้ำมะนาวจำนวน 1 ช้อนชา ตามลงไปในเครื่องปั่นแล้วปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนได้เป็นเนื้อครีม
3.ล้างหน้าของสาวๆให้สะอาด เช็ดพอหมาดๆ
4.พอกครีมกะหล่ำปลีที่เตรีนมไว้ลงไปให้ทั่วใบหน้า โยเว้นบริเวณรอบดวงตา และรอบริมฝีปากไว้ด้วย
5.ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรบำรุงผิวหน้าด้วยกะหล่ำปลีนี้สาวๆสามารถทำได้เป็นประจำและบ่อยครั้งตามต้องการ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เขียนขอแนะนำให้ทำ 3-4 ครั้ง/1 วัน แค่นี้ ผิวหน้าที่เสีย,แห้งคล้ำจากแสงแดดและโดนลมของสาวๆจะกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอนค่5.

ตำรวจ ตชด.

สวัสดีค่ะ วันนี้หมวยจะมาพูถึงตำรวจตระเวนชายแดนหรือชื่อย่อว่า ตชด. กันนะคะ  หลายๆท่านที่เดินข้ามด่านพรมแดนอาจจะเห็นชายแต่ตัวคล้ายตำรวจแต่ใส่ดีกรมเข้มหรือดำกันเยอะแยะนี่แหละค่ะคือ ตชด.

ตชด.คืออะไร?

ตชด. คือ ตำรวจตระเวนชายแดน ไม่ใช่ รด. ทหาร อาสา หรือ ฯลฯ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่อยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้จักหน่วยงานหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติที่คนมักเข้าใจผิด

ตชด.มีหน้าที่อะไร?

ตชด‬. มีคุณลักษณะที่สำคัญ ๓ ประการ คือ
๑. ปราบปรามอาชญากรรม บังคับใช้กฎหมายได้อย่างตำรวจ
๒. รบได้อย่างทหาร
๓. ให้บริการประชาชนแทนกระทรวง ทบวง กรม และอื่นๆได้เหมือนข้าราชการพลเรือนทั่วไป

เจ้าของคาสิโนStar Vegas ปอยเปตเป็นใคร

Star Vegas Resort & Casino สตาร์ เวกัส รีสอร์ทแอนด์คาสิโนออนไลน์

บ่อน Star Vegas ที่กำลังจะมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันเล่นบาคาร่าเร็วๆนี้โดยมีของรางวัลเป็นรถยนต์ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย Star Vegasจะเป็นของกลุ่มนักธุรกิจใหญ่ในเมืองไทย อีกทั้งยังเป็น เจ้าของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน และโรงเบียร์สัญชาติยุโรปชื่อดังอีกด้วย
ได้มองเห็นช่องทางในการลงทุนธุรกิจคาสิโน โดยเน้นที่จะสร้างให้ใหญ่โตตามสไตล์ตนเอง จนเป็นที่รู้จัก
ของเหล่านักพนันหน้าเก่าและหน้าใหม่ ได้ขยายกิจการใหญ่โตอีกทั้งยังมีสนามกอล์ฟ 9 หลุมไว้บริการ
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาเป็นพิเศษ ใครที่เคยมาทัวร์คาสิโน สตาร์เวกัส คงรู้ดีว่าที่นี่ ยิ่งใหญ่เพียงใด
ปัจจุบันนักธุรกิจกลุ่มนี้ ยังมีกิจการในกัมพูชาอีกหลายแห่ง อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานแป้ง โรงงานน้ำตาล